ทดสอบป้าย Banner

Online Booking

ราคาตั๋วเครื่องบินไปอัจมาน  : ตั๋วกรุงเทพ-อัจมาน(Ajman) ไป-กลับ ราคาถูก


          Butterflyair.net ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินอัจมาน  ทุกสายการบิน เรายินดีช่วยคุณตรวจสอบราคาตั๋วไปอัจมาน  ในราคาประหยัด ซึ่งมีหลายเที่ยวบิน หลากหลายสายการบิน และเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบินต่าง ๆ แต่ละช่วงโปรโมชั่น ด้วยระบบการจองตั๋วแบบ Booking Online (24 ชั่วโมง) ที่สะดวก ง่ายและรวดเร็ว  ทำให้ท่านสามารถทราบผลการจองได้ทันที โทรสอบถามค่าตั๋วไปAjman ราคาถูกได้ที่ Butterflyair Call Center 02-153-4333 ค่ะ เราพร้อมบริการท่านได้ทันที เพราะ “เส้นทางของท่านคือเส้นทางของเรา”


 

เส้นทางและเมืองยอดนิยมประเทศสหัฐอาหรับเอมิเรสต์ HOT DESTINATION

- อาบูดาบี / Abu Dhabi (AUH)

- อัจมาน / Ajman (QAJ)

- ดูไบ / Dubai (DXB)

- ชาร์จาห์ / Sharjah (SHJ)

ข้อมูล  สถานที่ท่องเที่ยว  เกร็ดความรู้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

          สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (อังกฤษ: United Arab Emirates ) อาหรับเป็นประเทศหนึ่งในตะวันออกกลาง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรอาหรับ ในภูมิภาคเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ริมอ่าวเปอร์เซีย ประกอบด้วยรัฐเจ้าผู้ครองนคร (emirates) 7 รัฐ ได้แก่ อาบูดาบี อัจมาน ดูไบ ฟูไจราห์ ราสอัลไคมาห์ ชาร์จาห์ และอุมม์อัลไกไวน์ ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2514 (ค.ศ. 1971) กลุ่มรัฐดังกล่าวเป็นที่รู้จักกันในชื่อ รัฐสงบศึก (Trucial States) หรือ ทรูเชียลโอมาน (Trucial Oman) โดยอ้างอิงตามสัญญาสงบศึกในคริสต์ศตวรรษที่ 19ระหว่างอังกฤษกับเชคอาหรับบางพระองค์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีพรมแดนติดกับโอมาน ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ เป็นประเทศหนึ่งที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรน้ำมัน เดิมทั้งเจ็ดรัฐคือ อาบูดาบี อัจมาน ดูไบ ฟูไจราห์ ราสอัลไคมาห์ ชาร์จาห์ และอุมม์อัลไกไวน์ ต่างเป็นรัฐอิสระ รบพุ่งและเป็นพันธมิตรกัน โดยมีเอมีร์หรือเจ้าผู้ปกครองรัฐในแต่ละรัฐเป็นผู้นำ ตระกูลอาล นะฮ์ยาน เดิมเป็นตระกูลหนึ่งในชนเผ่าบานี ชนเผ่าย่อยในชนเผ่าเร่ร่อนเบดูอินที่ท่องไปทั่วผืนทะเลทรายในตะวันออกกลางยุคโบราณ บรรพบุรุษของตระกุลนี้เชื่อกันว่าอพยพมายังเกาะอาบูดาบีในราวปลายทศวรรษ 1770 และพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวจนต่อมากลายเป็นท่าเรือพาณิชย์ ในราวปี ค.ศ. 1933 ตระกูลผู้นำทางการเมืองในแต่ละรัฐปรากฏอยู่ชัดเจน ในบรรดาเจ้าผู้ครองนครรัฐทั้งหลายในเวลานั้นผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุด คือ เชคซายิด บิน สุลฏอน อัลนะฮ์ยาน เอมีร์แห่งอาบูดาบี และก่อนหน้านั้น เมืองนี้ยังเป็นรัฐเล็ก ๆ และเป็นสถานที่พำนักของผู้ปกครองรัฐ แต่บรรดาเชคหรือผู้นำตระกูลนี้ยังกระจัดกระจายตามสถานที่ต่าง ๆ ตามโอเอซิส


          มัสยิดชีก ซาย์อิด ความโอ่โถงอลังการของมัสยิดชีก ซาย์อิด ในกรุงอาบู ดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ทำให้ผู้เข้าชมตระการตา มัสยิดแห่งนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง ถ้าแล้วเสร็จจะเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ตอนนี้ก็เปิดให้เข้ามาสวดมนต์และเข้าชมได้แล้ว มัสยิด Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan หรือที่รู้จักในนาม Grand Mosque ซึ่งถือเป็นมัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลก สามารถรองรับผู้มาประกอบพิธีกรรมทางศาสนาได้สูงถึง 40,000 คน  มัสยิดแห่งนี้เป็นสุสานหลวงที่ฝังพระศพของ Sheikh Zayed bin Sultan Al Nahyan อดีตประธานาธิบดีคนแรกแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และเจ้าผู้ครองรัฐอาบูดาบี ซึ่งเสียชีวิตไปเมื่อ 2 November 2004 ไม่ว่าคุณจะเดินทางมายังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เพื่อพักค้างคืนระหว่างการเดินทาง เพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ หรือพักผ่อนวันหยุด เรามีความสนุกสนานมากมายฮาลาอาบูดาบีสามารถมอบทุกสิ่งให้ลูกค้าของคุณได้ไม่ว่าจะต้องการสิ่งใดใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน เยี่ยมญาติ หรือการจัดประชุมทางธุรกิจ เราจะจัดหาสิ่งต่างๆ ตามที่ลูกค้าของคุณต้องการอย่างไม่ขาดตกบกพร่องและเราจะช่วยให้คุณสบายใจได้เมื่อส่งมอบลูกค้าของคุณไว้ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างเรา ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวของเราเกินครึ่งเป็นชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และประเพณีของชาวเอมิเรตส์ รวมถึงสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ควรพลาดในประเทศของเรา และจะให้บริการในแบบอาหรับซึ่งเป็นเอกลักษณ์


          วอเตอร์ดิสคัส เป็นโรงแรมที่ออกแบบมาให้มีรูปร่างคล้ายกับเรือดำน้ำขนาดมหึมา ขณะที่พื้นที่โรงแรมแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนที่อยู่ใต้น้ำลึกลงไป 10 เมตร เปิดบริการสำหรับคนที่ชื่นชอบการดำน้ำชมโลกใต้ทะเลที่งดงาม ให้ได้มาเอนหลังบนเบาะนุ่ม นั่งชมโลกใต้ทะเลผ่านห้องพักกระจกใสที่มีทั้งหมด 21 ห้อง ทำให้มองเห็นฝูงปลา เต่า กุ้ง แหวกว่ายอยู่ใต้ทะเล โดยไม่ต้องดำผุดดำว่ายให้เหนื่อยแรงอีกต่อไป ดีไซน์โรงแรมใต้ทะเล"The Water Discus Hotel"ที่มีรูปร่างคล้ายยานอวกาศ อยู่ใต้ระดับพื้นน้ำและใต้ทะเล โดยห้องต่าง ๆ จะสามารถเห็นทิวทัศน์ใต้ท้องทะเลได้อย่างไม่เคยเกิดขึ้นจากโรงแรมไหนมาก่อนในโลก โดยหน่วยงานเทคโนโลยีใต้ท้องทะเลลึก แสดงความหวังว่า โรงแรมแห่งนี้จะสร้างความสมบูรณ์แบบในการพักผ่อนให้แก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะค้นหาสวรรค์ใต้ท้องทะเล ระบุว่า ทุกวันนี้ ความก้าวล้ำของเทคโนโลยีใหม่ ได้ทำให้ท้องทะเลไม่เพียงแต่จะเป็นสถานที่สำหรับดำน้ำ แต่ยังสามารถกลายเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับวันพักผ่อนอันหรูหราได้ด้วย สำหรับโรงแรมดังกล่าว จะถูกสร้างเป็นลักษณะเป็นรูปจานสองแผ่น ซึ่งชั้นหนึ่งอยู่ด้านบนผิวน้ำ และอีกชั้นอยู่ด้านล่างผิวน้ำ โดยชั้นแรกจะสูงพอที่จะรอดจากการถูกถล่มจากคลื่นยักษ์สึนามิหรือน้ำท่วม ส่วนชั้นล่างจะสามารถอพยพขึ้นสู่ชั้นบนได้หากเกิดอันตรายใด ๆ


          หมู่เกาะต้นปาล์ม ถือเป็นโครงการแรก มีขนาดพื้นที่ประมาณ 25 ตารางกิโลเมตร และถูกล้อมด้วยเขื่อนหินทิ้งถึง 7 ล้านตัน ที่มีความยาวประมาณ 11 กิโลเมตร มาเรียงเป็นคันเขื่อนที่มีแนวอาคารเรียงรายตลอดแนวรูปวงกลมนี้ โดยแนวชายฝั่งเทียมที่สร้างขึ้นนี้จะทำให้ชายฝั่งทะเลของดูไบเพิ่มขึ้นอีก 78 กิโลเมตร ได้เริ่มก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ประกอบด้วยบ้านสไตล์วิลลาชายทะเล 1.400 หลังและอพาร์ทเมนต์สุดหรู ประมาณ 2,500 หน่วย (ที่ผู้พักอาศัยสามารถจะย้ายเข้าพักได้ในปี ค.ศ. 2006) มีท่าจอดเรือยอชต์สำหรับผู้พักอาศัยในโครงการนี้ ลักษณะผังเมื่อมองจากด้านบน จะเป็นรูปลำต้นปาล์มขนาดยักษ์ ตรงยอดเป็นแนวของใบปาล์ม 11 แนว ล้อมด้วยแนวเขื่อนกั้นคลื่นเป็นรัศมี ส่วนของลำต้นซึ่งเป็นอาคารทรงยาว มีสวนน้ำขนาดใหญ่ เครื่องเล่นทันสมัยสารพัดชนิด ร้านอาหารนานาชาติจำนวนนับร้อยร้าน ทั้งร้านอาหารระดับภัตตาคารยุโรป อาหารทะเล อาหารอาหรับ และร้านอาหารทันสมัยประเภทฟาสต์ฟู้ด ศูนย์การค้าที่มีสินค้าชั้นยอดจากยุโรปและอเมริกา ทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง ฯลฯ ไปจนถึง Taj Exotica Resort&Spa ซึ่งเป็นสปาชั้นเยี่ยมของโลก และยังมีโรงแรมระดับสี่ดาวไปจนเกินหกดาว ราคาค่าห้องตกอยู่คืนละนับหมื่นเหรียญอเมริกัน และยังมีกิจกรรมกีฬาต่างๆ ที่เป็นกิจกรรมภายในอาคาร โดยเฉพาะสกีโดมที่มีการทำศูนย์การเล่นสกีหิมะในร่ม ซึ่งส่วนบริการกลางนี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 2004 และโครงการทั้งหมดจะเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 2008


          เบิร์จดูไบ เป็นตึกระฟ้าสูงยวดยิ่งที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างในย่านกลางเมืองดูไบ ใน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แม้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ตึกเบิร์จ ดูไบก็นับได้ว่าเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกไปแล้วและเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะถูกจัดเป็นอาคารระฟ้าที่สูงที่สุดในโลก กำหนดให้เข้าใช้งานได้ในต้นปี พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป ส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาขนาดยักษ์มีที่ตั้ง ณ "ชุมทางเชื่อมต่างระดับที่ 1"  ของถนนชิค ซาเยดและถนนโดฮาณ วันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2551 ตัวอาคารได้ก่อสร้างขึ้นสูงถึง 629 เมตร ด้วยการแซงหน้าเสา KVLY-TV ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาซึ่งสูง 628.8 เมตร กลายมาเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลกแล้ว เบิร์จดูไบออกแบบโดยสถาปนิก เอเดรียน สมิธ สถาปนิกจากชิคาโกจากสำนักงานสถาปนิก เอสโอเอ็ม (SOM - สคิดมอร์ โอวิงส์ แอนด์ เมอร์ริลล์) โดยมีจอร์จ เอฟสตาทิวแห่งเอสโอเอ็มเป็นผู้บริหารโครงการ เอเดรียน สมิทที่เคยอยู่กับเอสโอเอ็มมาก่อนเป็นผู้ร่วมออกแบบ โดยมีบริษัทออกแบบภายนอกชื่อซีบีเอ็มเอนจิเนียร์ได้รับการว่าจ้างเป็นผู้กำกับดูแล (Third Party Peer Review) โดยมีความสูงประมาณ 818 เมตร และเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ตัวตึกได้ทำสถิติกลายมาเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกมีความสูงถึง 546 เมตร แซงตึกไทเป 101 เรียบร้อย (สูงกว่าตึกไทเป 101 ประมาณ 97 เมตร และสูงกว่าอาคารใบหยก 2 218 เมตร)ในดูไบยังมีโครงการก่อสร้างตึกในชื่อว่า อัลเบิร์จ ที่กำลังอยู่ในระหว่างการออกแบบและวางแผนโดยความสูงยังคงถูกเก็บเป็นความลับเช่นกัน โดยประมาณการว่าอาจจะสูงอย่างน้อย 800 เมตร


          เบิร์จอัลอาหรับ เป็นโรงแรมหรูหราตั้งอยู่ที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแบบโดยสถาปนิก ทอม ไรต์ จากสำนักงานสถาปนิก แอตกินส์ สำนักงานจากอังกฤษ โดยเบิร์จอัลอาหรับเป็นโรงแรมที่สูงที่สุดในโลก โดยมีความสูง 321 เมตร (1,053 ฟุต) โดยตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลบริเวณอ่าวเปอร์เซีย โดยเชื่อมต่อกับฝั่งผ่านทางสะพาน เบิร์จอัลอาหรับเป็นเจ้าของโดย จูเมราฮ์ การก่อสร้างเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2537 แล้วเสร็จและเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกเมื่อ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2542 โดยตัวตึกออกแบบมีลักษณะคล้ายเรือใบ dhow ซึ่งเป็นยานพาหนะชนิดหนึ่งของชาวอาหรับ โดยชั้นบนจะมีบริเวณจอดเฮลิคอปเตอร์ โดยยื่นออกมาจากตัวโรงแรม และมีร้านอาหารในชื่อ อัลมูนตาฮาห้องในโรงแรมในเบิร์จอัลอาหรับมีลักษณะเป็นห้องสวีตคู่ 202 ห้อง โดยห้องที่เล็กสุดมีขนาด 169 ตร.ม. (1,819 ตร.ฟุต) และห้องใหญ่สุดมีขนาด 780 ตร.ม. (8,396 ตร.ฟุต) และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในโรงแรมที่แพงที่สุดในโลก โดยราคาค่าที่พักอยู่เริ่มต้นที่ $1,000 -$15,000 ต่อคืน และห้องที่แพงสุดจะอยู่ที่ราคา $28,000 ต่อคืน


ที่ตั้ง : ทิศเหนือเป็นทะเลอ่าวเปอร์เซียหรืออ่าวอาหรับ ทิศตะวันออกติดกับโอมานและอ่าวเปอร์เซียบริเวณ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) และบริเวณอ่าวโอมาน ทิศใต้และตะวันตกติดกับโอมานและซาอุดีอาระเบีย

เมืองหลวง : กรุงอาบูดาบี (Abu Dhabi)

ศาสนา : ศาสนาอิสลามร้อยละ 96 (สุหนี่ร้อยละ 80 ชีอะต์ ร้อยละ 16) ฮินดู คริสต์ และอื่นๆ ร้อยละ 4

ภาษา : ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ ภาษาอังกฤษมีการใช้อย่างกว้างขวาง และภาษาฟาร์ซี (Farsi) มีการใช้ระหว่างชาวอิหร่านที่พำนักอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ภูมิอากาศ : มี 2 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อนและฤดูหนาว เดือนพฤษภาคมถึงกันยายนอากาศร้อนจัดและความชื้นสูง อุณหภูมิประมาณ 32-48 องศาเซลเซียส เดือนตุลาคมถึงเมษายนเป็นฤดูหนาวซึ่งอากาศไม่หนาวมากนัก อุณหภูมิเฉลี่ย 15-30 องศาเซลเซียส

หน่วยเงินตรา : ดีแรห์ม (Dirham) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดีแรห์ม เท่ากับประมาณ 8.48 บาท

 

สถานทูตประเทศไทยประจำสหรัฐเอมิเรตส์ Royal Thai Embassy
East 18/1, District 80, Al Murror Road, 
4th Street,Oppcrsitc Al Falah Plaza,
P.O, Box,47466, Abu DhabiTel. (971-2) 6421772
Fax. (971-2) 6421773 E-mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it .a

สถานทูตสหรัฐเอมิเรตส์ประจำประเทศไทย
The Embassy of the United Arab Emirates
82 Saeng Thong Thani Bldg., 25th Fl.,
North Sathorn Road,Bangkok 10500
Tel: 0-2639-9820-4Fax: 0-2639-9818
Consular Fax: 0-2639-9800


……………………………………………………………………………….

Butterflyair.net : บริการเช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปทุกเส้นทาง, ค่าเครื่องบินไปทุกสถานที่, เที่ยวบินทุกสายการบิน ผ่านระบบออนไลน์ (Online) ในราคาโปรโมชั่นสุดประหยัด ราคาถูก ผ่าน Call center ของทางบริษัท  ไม่ว่าคุณจะจองตั๋วไปที่ใด วางใจได้ในบริการของเราค่ะ 02-153-4333

ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศราคาถูก 1

ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศราคาถูก 2