ทดสอบป้าย Banner

Online Booking

ราคาตั๋วเครื่องบินไปเสียมเรียบ : ตั๋วกรุงเทพ-เสียมเรียบ(Siem Reap) ไป-กลับ ราคาถูก


        
Butterflyair.net ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบินเสียมเรียบทุกสายการบิน เรายินดีช่วยคุณตรวจสอบราคาตั๋วไปเสียมเรียบในราคาประหยัด ซึ่งมีหลายเที่ยวบิน หลากหลายสายการบิน และเปรียบเทียบราคาแต่ละสายการบินต่าง ๆ แต่ละช่วงโปรโมชั่น ด้วยระบบการจองตั๋วแบบ Booking Online (24 ชั่วโมง) ที่สะดวก ง่ายและรวดเร็ว  ทำให้ท่านสามารถทราบผลการจองได้ทันที โทรสอบถามค่าตั๋วไปSiem Reap ราคาถูกได้ที่ Butterflyair Call Center 02-153-4333 ค่ะ เราพร้อมบริการท่านได้ทันที เพราะ “เส้นทางของท่านคือเส้นทางของเรา”


 
           เสียมราฐ หรือชื่อท้องถิ่นว่า เสียมเรียบ (เขมร: សៀមរាប เสียมราบ) เป็นจังหวัดหนึ่งในประเทศกัมพูชา ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ อยู่ริมฝั่งทะเลสาบเขมร ห่างจากกรุงพนมเปญ 314 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 5 ชั่วโมง

คำว่า "เสียมเรียบ" ในภาษาเขมรนั้น หมายความว่า "สยามราบ" คือ สยามแพ้ ส่วน "เสียมราฐ" ในภาษาไทยนั้น หมายถึง "ดินแดนของสยาม" เป็นที่เข้าใจว่า ชื่อ "เสียมเรียบ" ตั้งขึ้นใหม่แทน "เสียมราฐ" หลังจากที่ใน กรณีพิพาทอินโดจีน พันตรีแปลก พิบูลสงคราม ผู้บัญชาการกองทัพอีสานและบูรพาในขณะนั้น ได้เคยบุกข้ามชายเดนขับไล่ฝรั่งเศสออกจากดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขง พระตะบอง และเสียมราฐ แต่แพ้

ปัจจุบันนี้ จังหวัดเสียมราฐเป็นที่รู้จักดีในฐานะเป็นที่ตั้งของนครวัด และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวโดดเด่นอีก อาทิ หมู่ปราสาทหินจากอาณาจักรขอม ได้แก่ ปราสาทนครวัด, กลุ่มปราสาทนครธม, (ตาพรหม และบายน, บันทายศรี, บากอง, โลเลย, พนมบาเค็ง, พนมกุเลน และ บารายตะวันตก

เมืองเอกของจังหวัดนี้ (เทียบได้กับอำเภอเมืองในจังหวัดของไทย) ก็มีชื่อว่า เสียมราฐ เช่นกัน โดยเมืองเสียมราฐนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของประเทศกัมพูชา แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมนครวัดประมาณ 1,600,000 คน


          ปราสาทบายน เป็นปราสาทหินของอาณาจักรเขมร อยู่ในบริเวณของใจกลางนครธม สร้างขึ้นเป็นวัดประจำสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ก่อสร้างในราวปี พ.ศ. 1724-พ.ศ. 1763หลังจากที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7ทรงได้ชัยชนะจากการขับไล่กองทัพอาณาจักรจามปา นับเป็นศาสนสถานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีความซับซ้อนทั้งในแง่โครงสร้างและความหมาย เนื่องจากผ่านความเปลี่ยนแปลงด้านศาสนาและความเชื่อมาตั้งแต่คราวนับถือเทพเจ้าฮินดู และพุทธศาสนา อาคารมีลักษณะพิเศษ เนื่องจากส่วนของหอเป็นรูปหน้าหันสี่ทิศ จำนวน 49 หอ ปัจจุบันคงเหลือเพียง 37 หอ ลักษณะโดยทั่วไปจะมี 4 หน้า 4 ทิศ แต่บางหออาจมี 3 หรือ 2 แต่บริเวณศูนย์กลางของกลุ่มอาคาร จะมีหลายหน้า ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะพยายามนับว่ามีกี่หน้าลักษณทางสถาปัตยกรรมของบายนก็เช่นเดียวกับเรื่องความเชื่อ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงมาในหลายๆ สมัย กษัตริย์ในยุคหลังๆ พบว่าเป็นการง่ายกว่าที่จะปรับปรุงวัดแห่งนี้ แทนที่จะรื้อสร้างใหม่เช่นที่ทำกัน และใช้เป็นวัดประจำสมัยต่อเนื่องกันมา


          นครวัด เป็นศาสนสถานตั้งอยู่ในเมืองพระนคร จังหวัดเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา สร้างในรัชสมัยของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 12 โดยเป็นศาสนสถานประจำพระนครของพระองค์ ตัวเทวสถานได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี จนเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่สำคัญเพียงแห่งเดียวที่ยังเหลือรอดมาจนถึงปัจจุบันนับตั้งแต่ก่อสร้างแล้วเสร็จ แต่เดิมนครวัดเป็นเทวสถานของศาสนาฮินดู ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระวิษณุ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นศาสนาพุทธ นครวัดเป็นสิ่งก่อสร้างทางศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลก ตัวเทวสถานถือเป็นที่สุดของสถาปัตยกรรมเขมรสมัยคลาสสิกรุ่งเรือง และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศกัมพูชา โดยปรากฏในธงชาติ และเป็นจุดท่องเที่ยวหลักของประเทศ ตลอดจนได้รับลงทะเบียนเป็นมรดกโลกภายใต้ชื่อ เมืองพระนครปราสาทนครวัดได้เริ่มสร้างในกลางพุทธศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของ พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เพื่อบูชาแด่พระวิษณุหรือ พระนารายณ์ ในปี พ.ศ. 1720 ชาวจามได้บุกรุกขอม ทำให้พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ต้องย้ายเมืองหลวงไปที่เมืองนครหลวง หรือ เสียมราฐ ในปัจจุบัน หลังจากนั้น พระองค์จึงสร้างเมืองนครธม และ ปราสาทบายน ห่างจากปราสาทนครวัดไปทางเหนือ เพื่อเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของชาวขอม


          ปราสาทตาพรหม สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1729 เป็นปราสาทหินในยุคท้ายๆ ของอาณาจักรเขมร ปราสาทเหล่านี้ถือว่าเป็นสถานที่ของพระพุทธศาสนาที่สมัยนั้นมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก เพราะสมัยนั้นกษัตริย์ที่สนับสนุนให้มีการสร้างปราสาทนี้เป็นวัดในศาสนาพุทธ การดูแลปราสาทต่างๆนั้นรัฐบาลได้ทำการตัดต้นไม้ออกจากปราสาทอื่นๆ เพราะกลัวว่าประสาทจะล้มลงหากต้นไม้ใหญ่โตมากๆ แต่สำหรับปราสาทตาพรมนั้น รัฐบาลมีแนวคิดที่จะคงต้นไม้ไว้เหมือนโบราณที่มีต้นไม้ขึ้นบนปราสาทแทบทุกปราสาทจึงกลายเป็น ลักษณะเด่นของปราสาทตาพรหมคือมีต้นไม้ใหญ่ขึ้นคลุมตัวปราสาทเป็นจำนวนมาก ไปในตอนหลัง ปราสาทตาพรหม เป็นปราสาทที่ถูกทิ้งร้างมานานถึง 500 ปี สร้างขึ้นในปี พศ.1729 (มีอายุ 821 ปี) เป็นปราสาทหินในยุคสุดท้ายของอาณาจักรขอม สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ที่ทรงเลื่อมใสในพุทธศาสนา ปราสาทตาพรหมจึงเป็นทั้งปราสาทและวัดทางพุทธศาสนาไปในตัว ภายในปราสาทมีภาพแกะสลักอันเป็นเรื่องราวทางพุทธประวัติ นิกายมหายาน ทั้งหน้าบัน และทับหลัง แต่น่าเสียดายว่าในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 8 ที่ทรงเลื่อมใสในศาสนาฮินดู ภาพสลักบางภาพได้ถูกดัดแปลงให้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนาฮินดู ส่วนพระพุทธรูป ก็ถูกดัดแปลงให้เป็นศิวลึงค์


          ปราสาทบนฺทายศฺรี เป็นปราสาทหินที่ถือได้ว่างดงามที่สุดในประเทศกัมพูชา มีความกลมกลืนอย่างสมบูรณ์ และเป็นปราสาทแห่งเดียวที่สร้างเสร็จแล้วกว่า 1000 ปี แต่ลวดลายก็ยังมีความคมชัด เหมือนกับสร้างเสร็จใหม่ ๆ ปราสาทบันทายศรีหรือเรียกตามสำเนียงเขมรว่า บันเตียไสร หมายถึง ปราสาทสตรีหรือป้อมสตรี อยู่ห่างจากตัวเมืองเสียมเรียบไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้กับแม่น้ำเสียมเรียบในบริเวณที่เรียกว่า อิศวรปุระ หรือเมืองของพระอิศวร ปราสาทแห่งนี้สร้างอุทิศถวายพระอิศวรภายใต้พระนามว่า ตรีภูวนมเหศวร หรือ ผู้เป็นใหญ่แห่งโลกทั้งสาม ปราสาทมีขนาดเล็ก สร้างด้วยหินทรายสีชมพูซึ่งหายาก สร้างขึ้นเมื่อ เดือนเมษายน - พฤษภาคม พ.ศ. 1510 โดยพราหมณ์ชื่อ ยัชญวราหะ ในตอนปลายของสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 (หรือพระเจ้า ชัยวรมันที่ 4 พ.ศ. 1487 - 1511) และเสร็จในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 (พ.ศ. 1511-1554)


      

โตนเลสาบ ทะเสาบ(น้ำจืด)ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย...
ทะเลสาบสงขลาที่หลายคนรู้จักก็ดูกว้างขวาง มีพื้นที่ติดต่อหลายจังหวัด แต่เมื่อมาเห็นทะเลสาบที่เมืองเขมรแล้วก็ต้องบอกว่า คนละเรื่องกันเลยทีเดียว...โตนเลสาบ เป็นทะเลสาบที่เกิดจากลำน้ำโขง และแม่น้ำสายย่อยๆไหลมารวมกันจนเป็นทะเลน้ำจืดขนาดใหญ่ ไม่ต่างกับที่เรามองเห็นท้องทะเล ที่มีน้ำกับฟ้า แต่ี่โตนเลสาบจะเป็นทะเลสาบสีขุ่นเช่นเดียวกับแม่น้ำโขง ยามน้ำหลากจะมีอาณาบริเวณเป็นพื้นที่กว้างมาก สูงสุดถึง 16,000 ตารางกิโลเมตร (สถิติจาก unesco ปี '97) แต่ยามน้ำลดก็จะเหลือประมาณ 2700 ตารางกิโลเมตร (เกือบสองเท่าของพื้นที่ กทม) ส่วนลึกสุดประมาณ 10 เมตร... ปลาสด ปลากรอบ ปลาร้า เป็นอาชัพหลักของที่นี่ กล่าวกันว่าเป็นแหล่งอาหารน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก และสร้างรายได้ให้กับประเทศเป็นอันดับ 2 รองจากการท่องเที่ยว ชาวประมงที่อาศัยอยู่ตามริมน้ำเป็นชาวเวียดนามอพยพในยุคสงครามเย็น หรือสงครามคอมมิวนิสต์ สมัยที่เวียดนามส่งทหารมาช่วยรบในเขมร

โตนเลสาบเป็นแหล่งท่องเที่ยวของเมืองเสียมเรียบ อยู่ห่างจากตัวเมืองออกไปประมาณ 14 กม. ตามระยะทางที่ผ่านจะเห็นหมู่บ้านชาวประมงเป็นระยะๆ บางแห่งก็ตั้งเป็นย่านร้านอาหารเวียดนาม และยิ่งเข้าไปใกล้ทะเลสาบมากขึ้น ก็จะเห็นชุมชนของชาวประมงอยู่หนาแน่น ที่อยู่อาศัยก็สร้างกันแบบง่ายๆ สะดวกในการเคลื่อนย้ายตามฤดูน้ำหลากของแต่ละป๊... จากระยะจากเสียมเรียบถึงท่าเรือ ยามน้ำลดจะมีระยะทาง 14 กม. แต่ยามน้ำหลากแล้วก็อาจเหลือเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น มาเที่ยวโตนเลสาบก็ไม่ต่างกับไปเที่ยวตามชนบทของเวียดนาม วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ยังดูย้อนยุค ไม่ต่างกับชนบทไทยในอดีต


……………………………………………………………………………….

Butterflyair.net : บริการเช็คราคาตั๋วเครื่องบินไปทุกเส้นทาง, ค่าเครื่องบินไปทุกสถานที่, เที่ยวบินทุกสายการบิน ผ่านระบบออนไลน์ (Online) ในราคาโปรโมชั่นสุดประหยัด ราคาถูก ผ่าน Call center ของทางบริษัท  ไม่ว่าคุณจะจองตั๋วไปที่ใด วางใจได้ในบริการของเราค่ะ 02-153-4333

ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศราคาถูก 1

ตั๋วเครื่องบินต่างประเทศราคาถูก 2